CNN เผยมีบริษัทในไทยฉวยโอกาสช่วงโควิดระบาด รีไซเคิลถุงมือแพทย์ใช้แล้ว ส่งออกสู่สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ หลายสิบล้านชิ้น

สำนักข่าวCNNรายงานว่า ได้เกาะติดเรื่องนี้นานหลายเดือน และได้ข้อมูลจากผู้แทนจำหน่ายหลายเจ้า พบว่ามี ถุงมือยางไนไตร (nitrile gloves) เกรดการแพทย์ปลอม และของมือสอง ถูกนำเข้าสู่สหรัฐฯ หลายสิบล้านชิ้น ซึ่งทางการสหรัฐฯ และไทยกำลังดำเนินการสืบสวนเป็นคดีอาชญากรรม

โดยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2563 เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขในไทย เข้าบุกตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งชานเมืองกรุงเทพมหานคร และพบถุงขยะซึ่งเต็มไปด้วยถุงมือแพทย์ใช้แล้วเป็นจำนวนมาก หลายชิ้นมีคราบสกปรกอย่างชัดเจน บางชิ้นถึงกับมีรอยเลือด นอกจากนี้ ยังพบถุงพลาสติกอีก 1 ถุง ในนั้นมีสีย้อมสีฟ้าและถุงมือจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า แรงงานต่างด้าวกำลังพยายามทำให้ถุงมือเหล่านี้กลับมาดูใหม่อีกครั้ง และบรรจุใส่กล่องของแบรนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักมากในไทย

CNNระบุว่า ยังมีโกดังลักษณะนี้ในประเทศไทยอีกหลายแห่งที่ยังคงดำเนินการมาจนถึงทุกวันนี้ ส่งออกถุงมือต่ำกว่ามาตรการหลายสิบล้านชิ้นไปยังสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลก เพื่อฉวยโอกาสทำกำไรท่ามกลางความต้องการถุงมือยางเกรดการแพทย์ที่พุ่งสูงเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19

รายงานยังได้อ้างถึงความเห็นของ นายดักลาส สตีน ซึ่งสั่งซื้อชุด PPE จากเอเชียมาหลาย 10 ปี บอกว่า ถุงมือไนไตรเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่อันตรายที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

แต่แม้จะมีความเสี่ยงสูงต่อเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและคนไข้ ทางการสหรัฐฯ ก็ยังประสบปัญหาในการรับมือการค้าผิดกฎหมาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการตรวจสอบการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ถูกระงับชั่วคราวตั้งแต่ช่วงที่การระบาดรุนแรงจนถึงปัจจุบัน

อีกทั้งนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้ ความต้องการอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ ชุด PPE รวมทั้งถุงมือไนไตรเกรดการแพทย์ มีความต้องการสูงมากในตลาดโลก

CNN ไล่ออกพนักงาน 3 คน หลังฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมฉีดวัคซีนก่อนกลับเข้าออฟฟิศ

สำนักข่าวCNNไล่ออกพนักงาน 3 คนที่ละเมิดนโยบายของบริษัทด้วยการกลับเข้าสำนักงานโดยไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

นายเจฟฟ์ ซัคเคอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของCNNได้ส่งหนังสือเวียนเพื่อแจ้งให้พนักงานทราบว่ามีการปลดพนักงาน 3 คนออกจากงาน เพื่อเป็นการเตือนให้พนักงานตระหนักว่า ทางบริษัทได้กำหนดให้พนักงานต้องฉีดวัคซีนโควิดก่อนกลับเข้าสำนักงานหรือออกไปทำข่าว เนื่องจากพวกเขามีโอกาสที่จะสัมผัสติดต่อกับพนักงานคนอื่นๆ

“ผมขอพูดให้ชัดว่า เรามีนโยบายที่จะไม่อดทนต่อการละเมิดกฎในข้อนี้” นายซัคเคอร์ กล่าว

สำนักงานส่วนใหญ่ของCNNได้เปิดทำการแล้วในขณะนี้ โดยนายซัคเคอร์กล่าวว่า พนักงานฝ่ายข่าวกว่า 1 ใน 3 ได้กลับเข้าสำนักงานแล้ว และบริษัทใช้ระบบความเชื่อใจเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพนักงานได้ฉีดวัคซีนแล้ว อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ทั้งนี้ นายซัคเคอร์ กล่าวว่า พนักงานทุกคนที่สำนักงานในแอตแลนตา วอชิงตัน และลอสแอนเจลิส จะต้องสวมหน้ากากอนามัย ยกเว้นเมื่อรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรืออยู่ในพื้นที่ส่วนตัวที่มิดชิด และแม้ว่าอยู่ในสำนักงานแห่งอื่นๆ ที่ไม่ได้บังคับว่าต้องสวมหน้ากากอนามัย พนักงานก็ควรจะสวมหน้ากากอนามัยโดยไม่ต้องรู้สึกกังวลกับการตอบโต้หรือการตัดสินจากเพื่อนร่วมงาน

นอกจากนี้ หนังสือเวียนของCNNยังระบุด้วยว่า แผนการให้พนักงานทั้งหมดกลับเข้าสำนักงานในวันที่ 7 ก.ย.นี้ จะถูกเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือน ต.ค.

ก็เปิดไปเลยสิคะ! ซีเอ็นเอ็นเผยไทยเป็นกลุ่ม 5 ชาติเตรียมเปิดประเทศแบบอยู่ร่วมกับโควิด

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจากสหรัฐ รวบรวม 5 ประเทศที่มีแผนการเปิดประเทศด้วยรูปแบบ “อยู่ร่วมกับโรคโควิด-19” ในลักษณะที่ต่างกันออกไป

ไทย
ไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศดังกล่าว ซึ่งซีเอ็นเอ็นสรุปรวบยอดการเปิดประเทศของไทยว่าเป็นแบบ “ฉีดวัคซีนช้า แต่ก็จะเปิดซะอย่าง” เพราะเปิดประเทศให้นักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบแล้วมายังเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง อาทิ จ.ภูเก็ต และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แล้ว และเตรียมเปิดกรุงเทพมหานคร, จ.เชียงใหม่, เมืองพัทยา และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อไป แต่คนไทยจำนวนมากยังไม่ได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 โดส และมีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่ยังไม่ได้วัคซีนเลย

สิงคโปร์
ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า สิงคโปร์ก็จะเปิดประเทศแบบอยู่กับโควิดเช่นกัน จากเดิมที่เคยยึดมาตรการกดตัวเลขเป็นศูนย์ แต่เมื่อโควิดชนิดกลายพันธุ์แบบเดลตาระบาดเข้ามา ทำให้ต้องทบทวนกลยุทธ์ดังกล่าวและยอมรับว่าโควิด-19 อาจไม่หายไปไหน และต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กันไปแบบนี้

ชิลี
ชิลีเป็นอีกประเทศที่จะเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาในวันที่ 1 ต.ค. นี้ โดยจะต้องกักตัว 5 วัน ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ความมั่นใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากอัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มของชาวชิลีที่สูงเกือบ 87% ไปแล้วในขณะนี้ และล่าสุดเพิ่งอนุมัติให้ฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับเด็กอายุมากกว่า 6 ปีแล้วด้วย

แอฟริกาใต้
แอฟริกาใต้ก็มาด้วย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) ประธานาธิบดี นายซีริล รามาโฟซา ก็เพิ่งประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดลง เพราะการระบาดระลอก 3 ของแอฟริกาใต้ซาลงอย่างมากแล้ว แต่ผู้นำประเทศรายนี้ก็ยังเดือนว่าการระบาดยังไม่จบลง และยังขอให้ทุกคนยังต้องทำตามมาตรการที่ยังคงอยู่และไปฉีดวัคซีน

เดนมาร์ก
ส่วนเดนมาร์กนั้น ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปมากแล้ว เพราะมีคนได้วัคซีนครบแล้วกว่า 74% ขณะรัฐบาลก็ประกาศว่าโควิด-19 ไม่ใช่โรคที่เป็นภัยต่อสังคมอีกต่อไป และยกเลิกมาตรการควบคุมโรคทุกอย่าง ขณะนี้ทุกคนสามารถเข้าไนต์คลับและร้านอาหารโดยไม่ต้องโชว์พาสปอร์ตวัคซีน และใช้ขนส่งมวลชนโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอีก

​สิงคโปร์เร่งกู้สถานะศูนย์กลางการเดินทางโลก รับ นทท.เพิ่มอีก 8 ชาติ “ไม่ต้องกักตัว”

สิงคโปร์เดินหน้ามาตรการเปิดเศรษฐกิจและเปิดประเทศ เตรียมต้อนรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสเพิ่มอีก 8 ประเทศโดยไม่จำเป็นต้องกักตัว หลังจำนวนผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสสูงกว่า 83% ของประชากร

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเพิ่มอีก 8 ประเทศ โดยสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องผ่านมาตรการกักตัว เริ่มต้นวันที่ 19 ต.ค.เป็นต้นไป โดย 8 ประเทศล่าสุดประกอบไปด้วย แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นอย่างรอบคอบและค่อยเป็นค่อยไปเพื่อที่จะค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาลงเพราะโควิด-19 และการกอบกู้สถานะการเป็นศูนย์กลางการเดินทางระดับโลกของสิงคโปร์อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวันสิงคโปร์ได้ประกาศความร่วมมือกับ เกาหลีใต้ ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยทางการสิงคโปร์มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะประกาศต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 8 ประเทศ หลังจากการประสบความสำเร็จในการทดลองเปิดรับนักท่องเที่ยวจาก 2 ประเทศแรก คือ บรูไนและเยอรมนี เมื่อเดือนที่ผ่านมา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ความร่วมมือในการเปิดรับนักเดินทางระหว่างกัน หรือ “Vaccinated Travel Lanes” นี้เป็นการทำข้อตกลงระหว่างประเทศคู่เจรจา ทำให้ผู้เดินทางไม่จำเป็นต้องกักตัวเมื่อเดินทางไปมาระหว่างกัน

ในเดือน ก.ย. ทั้งสายการบิน สนามบินนานาชาติชางงีของสิงคโปร์ ไปจนถึงหน่วยงานของทางรัฐบาลมากมาย ต่างพบว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากบรูไนและเยอรมนีส่งผลดีและ “ประสบการณ์อันทรงคุณค่า” ให้กับทุกฝ่ายอย่างมาก

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุ ปัจจุบันสิงคโปร์มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 3,000 คนต่อวันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ขณะที่จำนวนผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสคิดเป็นอัตราส่วน 83% ของประชากรทั้งหมด 5.45 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก

ลีเซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวกับสาธารณะว่าสิงคโปร์จะเดินหน้าสู่นิวนอร์มอลและการอยู่ร่วมกับไวรัส ซึ่งภายหลังจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวอาจต้องใช้เวลาราว 3-6 เดือนในการเข้าสู่สถานการณ์ที่มีความคงที่ ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตจำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะสูงขึ้นอีกครั้งก็ได้ และเมื่อเวลานั้นมาถึงสิงคโปร์อาจออกมาตรการ “แตะเบรก” เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขต้องรับภาระหนักจนเกินไป

“ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” เริ่มเปิดเที่ยวบินหากันแบบไม่ต้องกักตัว หลังคุมโควิดสำเร็จ

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เริ่มเปิดเที่ยวบินระหว่างกัน แบบไม่ต้องกักตัว (Quarantine-free Flights) ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากทั้งสองประเทศประสบความสำเร็จในการควบคุม

นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และ นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยระบุว่า การเปิดเที่ยวบินแบบไม่ต้องกักตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หลังจากก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศต้องกักกันตัวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (14 วัน) เมื่อเดินทางมาถึง

อย่างไรก็ดี รัฐบาลออสเตรเลียยังไม่ได้กำหนดเวลาเกี่ยวกับการผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินทางไปยังหรือจากประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ นายมอร์ริสันจะเข้าพบกับบรรดาผู้นำรัฐและเขตแดนต่างๆ ของออสเตรเลียในวันนี้ (19 เม.ย.) เพื่อพูดคุยถึงวิธีการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของประเทศ

ด้านสายการบินแควนตัส แอร์เวย์ ได้กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายเดิมก่อนการแพร่ระบาดทั้งหมดในนิวซีแลนด์ และจะเริ่มเปิดเส้นทางใหม่ระหว่างเมืองโกลด์โคสต์และเมืองโอ๊คแลนด์ โดยสายการบินชื่อดังแห่งออสเตรเลียจะให้บริการเที่ยวบินประมาณ 200 เที่ยวต่อสัปดาห์ระหว่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยิงปลา

ขณะที่ นายอลัน จอยซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแควนตัส แอร์เวย์ กล่าวว่า “ปริมาณความต้องการเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่มีการประกาศโครงการทราเวล บับเบิล โดยเราพบว่ามีการจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก”

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *