วันนี้ (26 ต.ค.) พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีเหตุ ไฟไหม้ บริษัท โปลิโฟม ไฮเท็คส์ จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลง รถดับเพลิงเทศบาลเมืองคลองหลวง และพื้นที่ข้างเคียงกว่า 10 คัน และรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง ว่าที่ ร.ต.พิชญะ เพียราชปลัดอำเภอคลองหลวงพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์มิตรปราสาทผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.เสกสรรค์ บัวเรือง รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานประกอบกิจการค้าและผลิตโฟมเม็ดพลาสติกพลาสติกบรรจุภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนเนื้อที่3ไร่มีพนักงานทำงานอยู่จำนวน60คนพบแสงเพลิงและกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นได้จากระยะไกล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามภายในโรงงาน แต่เชื้อเพลิงเป็นโฟมและแกนกระดาษ ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เพลิงลุกไหม้ไปยังโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ทางด้านทิศใต้

รถดับเพลิงต้องเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิง กระทั่งล่าสุดเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประเมินมูลค่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายณัฐวัฒน์ อายุ33ปี ช่างประจำโรงงาน เปิดเผยว่าต้นเพลิงเกิดจากด้านในโรงงานซึ่งขณะนั้นมีช่างเชื่อมโรงหลังคาอยู่ด้านในและคนงานก็ทำงานอยู่ปกติ พนักงานในบริษัทเห็นไฟไหม้จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่พนักงานจะพากันวิ่งออกมาในที่ปลอดภัยเพื่อรอการดับเพลิง

ขณะที่ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ เปิดเผยว่าได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพเป็นหลักฐานและสอบปากคำพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์เบื้องต้นรวมทั้งกั้นพื้นที่เพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 อย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการโดยประมาทต่อไป

เพลิงท่วมสูง! ไฟไหม้โรงงานผสมน้ำมันเครื่องที่เพชรบุรี คาดสูญหลายสิบล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ม.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.อ อุเทน อำนวยพนักงานสอบสวนนะ.เขาย้อยรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานผสมน้ำมันพื้นที่ หมู่ 1 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ของ บ.ชีรีคลอร์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) หจก.เอส เอ็ม เทคโนโลยี ที่เกิดเหตุมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงขอสนับสนุนรถน้ำพื้นที่ใกล้เคียงสนับสนุนที่เกิดเหตุพร้อมอย่างเร่งด่วน

โดยรถน้ำกว่ากว่า 20 คัน ต่างระดมเร่งฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังตลอดเวลา เนื่องจากพื้นที่ที่ไฟไหม้เป็นโรงเก็บและผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากจังหวัดใกล้เคียงทั้งราชบุรี กรุงเทพมหานคร ปราณบุรี สนับสนุนส่งชุดดับเพลิงมาสนับสนุน โดยขณะนี้ไฟยังลุกไหม้อยู่ภายในโรงงาน

จากการสอบถาม นายบุญรอด จารุเรืองศรี ผู้จัดการทั่วไปทราบว่าสำหรับโรงงานเป็นโรงงานผสมน้ำมันที่มีทั้งน้ำมันเครื่องและไฮโดรลิกตอนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ ที่เกิดไฟลุกไหม้ ขณะนั้นตนเองไม่อยู่ที่โรงงาน

สำหรับตัวโรงงานที่ไฟไหม้เป็นพื้นที่ผสมน้ำมัน ขณะที่เกิดเหตุมีพนักงานทำงานอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้ คาดว่าความเสียหายน่าจะอยู่ที่หลายสิบล้านบาท

ไฟไหม้โรงงานผลิตสารเคมี เสียหายนับ 10 ล้านบาท พนักงานเล่านาทีวิ่งหนีตาย

เพลิงไหม้โหมกระหน่ำโรงงานผลิตสารเคมีเกี่ยวกับรถยนต์วอด เจ้าหน้าที่เร่งดับกว่า 4 ชม. มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 18.30 น. (26 ก.พ.) นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุงพ.ต.ท.ดรัณภพ สระทองอยู่ รอง ผกก.( ป. )สภ.บางละมุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย และเทศบาลใกล้เคียง นำรถดับเพลิง รถอุปกรณ์ เร่งตรวจสอบและระงับเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ม.1 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตสารเคมีเกี่ยวกับรถยนต์ จำพวกน้ำยาเช็ดยาง น้ำเคลือบเงาเคลือบแก้วผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับขัดเงารถทั้งหมด มีเนื้อที่กว่า 1 ไร่ พบแสงเพลิงกำลังโหมไหม้อย่างหนักจนลุกลามเสียหายไปทั่วบริเวณ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดให้เพลิงอยู่ในวงจำกัด ซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชม. ยังไม่สามารถระงับเพลิงได้ เนื่องจากหลังคาถล่มลงมาทับพื้นที่ทำให้น้ำไม่สามารถเข้าถึงเพลิงไหม้ได้เท่าที่ควร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วางแผนและสั่งการให้นำรถแบ็คโฮมาทุบกำแพงบริเวณด้านข้าง ก่อนให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัด จนสามารถดับเพลิงไหม้ได้สำเร็จซึ่งใช้เวลาแล้วเสร็จกว่า 4 ชม.

จากการสอบถาม นางดวงใจ พนักงานฝ่ายผลิต ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเลิกงาน ได้มีประกายที่บริเวณต้นเสาไฟ หน้าออฟฟิศด้านในโรงงาน ก่อนไฟจะปะทุและลุกลามขึ้น

ตนและกลุ่มพนักงานกว่า10คนต่างตกใจและรีบน้ำถังเคมีมาฉีดสกัดแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเพลิงไหม้ได้ลุกลามอย่างหนัก ทุกคนจึงรีบหนีตายออกจากโรงงาน ระหว่างนั่นมีพนักงานหญิงได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกบริเวณแขนและขา 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

ด้าน นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนได้ระดมกำลังกันเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้จนสำเร็จ ไม่มีการลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเกิดจากระบบไฟฟ้าลัดวงจร

เบื้องต้น ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายแล้วคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า10ล้านบาทอย่างไรก็ตามจะทำการเชิญตัว นายสุรเชษฐ์ เจ้าของกิจการ ได้สอบสวนถึงรายละเอียดและข้อเท็จจริง ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ไฟไหม้โรงงานขยะรีไซเคิล จ.ปราจีนบุรี 4 ชั่วโมงแล้วเพลิงยังไม่สงบ

เพลิงไหม้โรงงานขยะรีไซเคิล จ.ปราจีนบุรี หลังผ่านมานานกว่า 4 ชั่วโมง ยังไม่สงบ คาดสาเหตุมาจากลมพัดเศษเผาข้าวในนาปลิวเข้าโรงงาน
วันนี้เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้โรงงานขยะรีไซเคิลตั้งอยู่ริมถนนวายสุวินทวงศ์ ม.11 ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จุดเกิดเหตุพบกลุ่มควันดำขนาดใหญ่และแสงเพลิงลุกไหม้ตลอดเวลา

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีได้รุดเข้าพื้นที่เพื่อบัญชาการดับไฟด้วยตัวเองโดยสั่งการให้รถดับเพลิงจากที่ต่างๆจำนวนกว่า 20 คัน ร่วมกันระดมฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง แต่เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุมีกระแสลมค่อนข้างแรงจึงยากต่อการดับไฟ ประกอบกับภายในโรงงานที่มีบ้านพักและมีกองขยะพลาสติกจำนวนมากกีดขวางเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปดับเพลิงภายในโรงงาน

ขณะที่ตั้งแต่เกิดเหตุจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า4ชั่วโมงเพลิงยังไม่สงบส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า มาจากการจุดไฟเผาข้าวในนา ที่อยู่ใกล้โรงงาน จากนั้นลมได้พัดลูกไฟปลิวเข้ามาตกในกองพลาสติก และเกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ส่วนความเสียหายนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยิงปลา

ไฟไหม้ชุมชนบ้านสวนน้ำ วอดนับ 10 หลัง ผู้พิการคลานหนีตาย เหลือเสื้อผ้าติดตัวชุดเดียว

เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.ธีระพล ดอนหัวร่อ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุ ไฟไหม้ บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนบ้านสวนน้ำ ซึ่งตั้งอยู่หน้าวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และเทศบาลใกล้เคียงรวม 8 คันเดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว ที่ปลูกติดกันอยู่หลายสิบหลัง ได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้ห้องเช่าที่อยู่ด้านหลังและลุกลามออกมาลุกไหม้ห้องเช่าที่อยู่ด้านหน้า ชาวบ้านได้ช่วยกันขนข้าวของหนีตายกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้บ้านเช่าดังกล่าววอดไปกว่า 7 หลังและเสียหายเล็กน้อยอีก 4 หลังคาเรือน

หนึ่งในนั้นเป็นห้องที่น.ส.นาริน อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการขาซ้ายได้พยายามกระเสือกกระสนหนีตายออกจากบ้านเช่าก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามาช่วยเหลือออกมาได้เหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวได้เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านได้ยินเสียงไม้ลั่นและเสียงไฟปะทุ จึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเปลวไฟลุกไหม้อยู่ข้างบ้านก่อนที่จะลุกลามมาลุกไหม้บ้านเช่าที่ตนพักอาศัยอยู่ จึงได้รีบกระเสือกกระสนหนีตายออกมาจากบ้านพักดังกล่าว

ด้านนายเฉลา อายุ63ปี ผู้พักอาศัยอยู่ที่บ้านต้นเพลิงซึ่งมีอาชีพขับแท็กซี่ขณะเกิดเหตุตนเพิ่งจะออกจากบ้านได้ไม่นาน หลังทราบเรื่องได้รีบกลับมาที่บ้านพัก เนื่องจากระหว่างที่ตนขับรถตระเวนหาผู้โดยสารอยู่ในย่านสำโรงเหนือ เพื่อนบ้านได้โทรมาบอกว่า ไฟไหม้บ้านตน ตนจึงรีบกลับมา พบว่าบ้านเช่าทั้งหลังรวมทั้งทรัพย์สินและเอกสารสำคัญที่อยู่ในบ้านถูกไฟเผาได้รับความเสียหายทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *