The Hobbit: The Desolation of Smaug
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก The Hobbit

อันดับหนัง The Hobbit : The Desolation of Smaug เป็นการผจญภัยของตัวละครนำ บิลโบ แบ๊กกินส์ ที่ต่อเนื่องมาจากเมื่อครั้งที่เขาเดินทางร่วมกับพ่อมดแกนดัล์ฟและคนแคระทั้ง 13 คนที่นำโดย ธอริน โอเคนชีล์ด เพื่อภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ของการทวงคืนหุบเขาเดียวดายและอาณาจักรเอเรบอร์ของคนแคระที่สูญหายไป

หลังจากรอดพ้นมาได้เมื่อตอนเริ่มต้นอย่างสุดคาดคิด เหล่าคณะยังคงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ระหว่างทางได้พบกับโบออนผู้เปลี่ยนผิวได้และฝูงแมงมุมยักษ์ในป่าเมิร์กวูดที่อันตราย หลังหลบหนีจากการถูกเอล์ฟป่าที่อันตรายจับตัวไว้ พวกคนแคระเดินทางไปยัง Lake-town จนพบกับหุบเขาเดียวดายที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายที่โหดร้ายมากที่สุดอย่างมังกรสมอว์ก ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใด มันไม่ได้มาทดสอบความกล้าหาญที่อยู่ในตัวพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิตรภาพของพวกเขาและไหวพริบแห่งการผจญภัยอีกด้วย

100 อันดับหนังที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2013

The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก The Wolf of Wall Street

อันดับหนัง The Wolf of Wall Street ว่าด้วยเรื่องราวของ จอร์แดน เบลฟอร์ รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โบรกเกอร์ชาวนิวยอร์ก ปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในแผนฉ้อโกงครั้งใหญ่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท Wall Street ธนาคารแห่งใหญ่ของโลกที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกที่

โดยหนังดัดแปลงมาจากบันทึกส่วนตัวของอดีตโบรกเกอร์ชื่อดัง จอร์แดน เบลฟอร์ ในช่วงชีวิตตั้งแต่จุดสูงสุดไปจนถึงจุดตกต่ำของเขา ช่วงปี 1980 ซึ่งเราจะได้เห็นทั้งชีวิตการทำงานที่ต้องบริหารเรื่องการเงิน และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปาร์ตี้แสงสีวุ่นวายของเขา

100 อันดับหนังที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2013

American Hustle โกงกระฉ่อนโลก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กAmerican Hustle

อันดับหนัง ว่าด้วยเรื่องของนักต้มตุ๋น ไอร์ฟวิง โรเซนเฟลด์ และ ซิดนีย์ พอสเซอร์ ผู้เป็นทั้งชู้รักและคู่หูของเขา ที่ต้องมาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อจับตัวนักต้มตุ๋นคนอื่น ๆ รวมไปถึงนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล จนกระทั่งโรซาลีนภรรยาของไอร์ฟวิงเป็นผู้ที่นำความเสี่ยงมาให้ และเธออาจเป็นตัวการทำให้ภารกิจนี้ล้มเหลว จนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วโลกเลยทีเดียว

The Shawshank Redemption (1994)

อันดับหนัง สร้างจากนวนิยายของเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญอย่าง สตีเวน คิง ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ แอนดี้ นายธนาคารที่โดนจับข้อหาฆาตกรรมภรรยา และชู้รักของเธอ ทำให้เขาต้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำชอว์แชงก์ ซึ่งที่นั่นเขาก็ได้พบกับ เรด ชายผิวสีที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้มานานหลายสิบปี ที่ภายหลังทั้งคู่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน พร้อม]bทั้ง แอนดี้ก็ได้พบกับมิตรภาพมากมายของเพื่อนนักโทษ ที่เขาไม่ได้สัมผัสจากโลกภายนอก

หนึ่งในสุดยอดหนังดราม่า ที่แม้จะผ่านมานานกว่า 20 ปี แต่หลาย ๆ ฉากของหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่พูดถึง และตราตรึงต่อนักดูหนังหน้าเก่า หน้าใหม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมิตรภาพ และความหวังที่หนังถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ ทำให้ไม่น่าแปลกที่หนังเรื่องนี้ จะกลายเป็นหนังโปรดของใครหลาย ๆ คนจนถูกโหวตให้เป็นอันดับ 1 ของเว็บ IMDB ด้วยคะแนน 9.3 คะแนน จากคนโหวตกว่า 2 ล้านคน

The Godfather (1972)

อันดับหนัง สุดยอดหนังมาเฟียในตำนาน ผลงานการกำกับของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ มาริโอ พูโซ ที่เล่าเรื่องราวของ ดอน วีโต้ โคเลโอเน เจ้าพ้อชาวอิตาลีผู้ทรงอิทธิพลมาเนิ่นนาน จนกระทั่งเขาถูกเล่นงานจากแก๊งค้ายาเสพติด ทำให้ครอบครัว และแก๊งของเขาต้องมองหาคนที่จะมาสืบทอดเจตนารมณ์ของ ดอน นั่นก็คือ ไมเคิล ลูกชายของดอน ที่พึ่งกลับมาจากรับใช้ชาติ หลังจากนั้น ไมเคิล ก็ต้องก้าวเข้ามาสู่วงการเจ้าพ่อ และกอบกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลให้กับมาอีกครั้ง

หนึ่งในหนังมาเฟียที่ยอดเยี่ยมที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยหนังได้พาคนดูเข้าไปพบกับโลกของมาเฟียอิตาลีออกมาได้อย่างสมจริง ด้านตัวละครหนังก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะ ดอน และ ไมเคิล โคเลโอเน ที่หนังได้สะท้อนความสัมพันธ์ของพ่อลูก และอิทธิพลของตระกูลพวกเขาที่มีต่อผู้คนได้อย่างทรงพลัง และการแสดงของ มารอน แบรนโด ในบท ดอน ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายมาได้ ยังคงเป็นที่ตราตรึงมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมประโยคเด็ดที่ว่า “ผมจะยื่นข้อเสนอ ที่คุณไม่อาจปฏิเสธ”

The Godfather – Part II (1974)

ภาคที่สองของหนังชุด The Godfather ที่จะพาทุกคนไปพบกับเรื่องราวของ ไมเคิล โคเลโอเน หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าของตระกูลอย่างเต็มตัว เขาก็ต้องพบกับปัญหา และอุปสรรคใหม่ ๆ ที่ยาก และท้าทายกว่าเดิม ในขณะเดียวกันหนังก็จะพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของตระกูลโคเลโอเน ในโลกมาเฟีย กับจุดเริ่มต้นของ ดอน โคลิโอเน ในวัยหนุ่ม ว่าแท้จริงแล้วเขานั้นได้กลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลคนสำคัญได้อย่างไร และเขาต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง

หลังจากความประสบความสำเร็จในภาคแรก ในหนังภาคที่สองนี้เป็นการพาคนดูเข้าไปพบกับโลกของมาเฟียผ่านตระกูลโคเลโอเน ที่มาพร้อมเรื่องราวที่เข้มข้น น่าติดตาม นอกจากนี้หนังยังได้สองดาราตัวพ่อแห่งยุคมาร่วมงานกันครั้งแรก(แม้ในหนังทั้งสองจะไม่ได้เข้าฉากด้วยกันก็ตาม) อย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร และอัล ปาชิโน ที่ต่างถ่ายทอดบทบาทมาเฟียรุ่นพ่อ และรุ่นลูกออกมาได้อย่างทรงพลัง จนหลาย ๆ คนยกให้เป็น The Godfather ภาคที่ชอบที่สุดในทั้ง 3 ภาค

The Dark Knight (2008)

หลังจากที่ บรูซ เวยน์(คริสเตียน เบลล์) ได้กลายเป็นแบทแมน และปกป้องเมืองกอทแธม อย่างเต็มตัว เขาก็คอยจัดการกับเหล่าอาชญากรในเมืองนี้แม้ว่าจะถูกตำรวจ หมายหัวไปด้วยก็ตาม โดยเป้าหมายใหม่ของ แบทแมน คือการตามล่าตัว โจ๊กเกอร์ อาชญากรอัจฉริยะ ผู้อยู่เบื้องหลังการจราจลทั่วทั้งเมือง ในขณะเดียวกัน กอธแธม ก็ได้มี ฮาร์วีย์ เดนท์ อัยการไฟแรงผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ที่ตัว บรูซ เองเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถเป็นฮีโร่คนใหม่ของกอทแธม แทนที่แบทแมน แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่ากำลังได้ตกเป็นเป้าหมายสำคัญของ โจ๊กเกอร์ โดยไม่รู้ตัว

หากให้พูดถึงงานที่เป็นมาสเตอร์พีซที่สุดของ โนแลน หนังเรื่องนี้จะต้องถูกพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน และทุกวันนี้หนังเรื่องนี้ก็เป็นทั้งหนังแบทแมน และหนังอาชญากรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกเรื่อง ที่โลกใบนี้มีมา หนังมาพร้อมโทนเรื่องที่มืดหม่น จริงจัง โดยเฉพาะการพาคนดูไปพบกับความดำมืดของเมืองกอทแธม หนังเรื่องนี้ก็สามารถถ่ายทอดออกมาชัดเจนกว่าภาคที่แล้วมาก และสิ่งที่แบกหนังเกือบทั้งเรื่องไว้คือการแสดงครั้งสุดท้ายในชีวิคของ ฮีท เลทเจอร์ ในบทโจ๊กเกอร์ ที่ถ่ายทอดความวิปลาส ความคลั่ง และความเป็นอัจฉริยะของวายร้ายผู้นี้ออกมาได้อย่างทรงพลัง หนังสามารถคว้ามาได้ถึง 2 รางวัลออสการ์ได้แก่ นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (ฮีท เลทเจอร์) และตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม(ริชาร์ด คิง)

Angry Men (1957)

เรื่องราวของ 12 ลูกขุน ที่กำลังประชุมเพื่อตัดสินคดีฆาตกรรม ที่มีผู้ต้องสงสัยคือเด็กชายคนหนึ่ง ท่ามกลางกระแสที่คนส่วนใหญ่ในห้องประชุมนี้ ต่างเตรียมตัดสินว่าเด็กชายดังกล่าว มีความผิดจริง ก็ได้มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาโต้แย้งว่า บางทีเด็กคนดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นคนลงมือ จนนำมาสู่ข้อโต้เถียงถึงคดีดังกล่าวอย่างเข้มข้นของคน 12 คน ที่มีชีวิตของคน 1 คนเป็นเดิมพัน

หนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งของ ซิดนี่ย์ ลูเมตต์ เจ้าของผลงานสืบสวน ระทึกขวัญอย่าง Murder on the Orient Express และ Dog Day Afternoon ซึ่งความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้ คือบทหนัง ที่ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นคน 12 คนถกเถียงกันในห้อง ๆ เดียว โดยที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อแม้แต่น้อย ด้วยความที่หนังพยายามหยิบประเด็นเรื่องศีลธรรม ความถูกต้อง และจิตสำนึกของคนมาเล่น ผสมกับการค่อย ๆ บอกใบ้วิธีการสืบสวน จากการอนุมานแบบต่าง ๆ ของตัวละคร ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม และชวนลุ้นตั้งแต่ต้นยันจบ

Schindler’s List (1993)

หนังสร้างจากเรื่องจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ ออสการ์ ชินด์เลอร์ นักธุรกิจชายเยอรมัน ที่ได้เดินทางมายังประเทศโปแลนด์เพื่อสร้างโรงงานของเขา จนกระทั่งกองทัพนาซี ได้ทำการไล่ล่าชาวโปแลนด์ที่มีเชื้อสายยิว เพื่อนำไปขัง และสังหารอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเหยื่อหลาย ๆ คนของโศกนาฎกรรมครั้งนี้ก็เป็นคนงานของ ชินด์เลอร์เอง หลังจากที่ ชินด์แลนด์ ได้เห็นความโหดร้ายมากมายของทหารนาซี เขาก็ได้ตัดสินใจช่วยเหลือคนงานชาวยิวของเขา ด้วยการใช้อำนาจ และเส้นสายในการสร้างรายชื่อชาวยิว ที่เขาพอจะสามารถพาอพยพ และหนีพ้นจากการตามล่าของทหารนาซีในครั้งนี้

หนึ่งในผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของพ่อมดแห่งวงการฮอลีวูดอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ โธมัส แคลเนียลลี่ โดย สปีลเบิร์กได้สะท้อนความโหดร้าย รุนแรงของสงครามโลกครั้งที่ 2 และทหารนาซี ออกมาได้อย่างหดหู่ น่าสะเทือนใจ แทบจะตลอด 3 ชั่วโมงของหนัง ประกอบกับการที่หนังใช้วิธีนำเสนอด้วยภาพขาวดำตลอดทั้งเรื่อง ที่ทำให้เรารู้สึกมืดหม่น และสะเทือนใจกับหนังเรื่องนี้ขึ้นไปอีก โดยเฉพาะฉากเด็กสาวชุดแดง ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตาย ได้เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์ และยากจะลืมเลือนของใครหลาย ๆ คน

The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

หนังภาคบทสรุปของมหากาพย์สงครามแหวนครองพิภพ เมื่อ อารากอนได้รวบรวมกองทัพ เพื่อที่จะถล่มมอร์ดอร์ และช่วย โฟรโด และแซม ที่กำลังเดินทางไปยังหุบเขาลาวาที่เป็นเตาหลอมสร้างแหวนขึ้นมา ท่ามกลางการนำทีมของ กอลลัม ที่ได้วางแผนร้ายเตรียมหักหลักพวกเขา และชิงแหวนกลับมาเป็นของตัวเองอีกคร้ง ท้ายที่สุดแล้ว โฟรโด จะสามารถทำลายแหวนได้หรือไม่ และอารากอนจะสามารถกอบกู้บัลลังก์ของ กอนดอร์ ในฐานะกษัตริย์ได้ไหม ไปลุ้นกันได้ใน The Lord of the Rings: The Return of the King

บทสรุปของหนังไตรภาค และหนังสงครามที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล โดยหนังได้จัดเต็มด้วยฉากสงครามฟอร์มยักษ์ ระหว่างมนุษย์ และออร์ค ที่แม้ว่าจะผ่านเวลามาเกือบ 20 ปี แล้วก็ตาม ฉากสงครามในหนังเรื่องนี้ก็ยังยิ่งใหญ่ และน่าขนลุกทุกครั้งที่ได้ดู นอกจากนี้ พาร์ทดราม่าระหว่าง โฟรโด และแซม ที่แสดงโดย อีไลจาห์ วู้ด และฌอน ออสติน สามารถเรียกน้ำตาหลาย ๆ คนได้อย่างทรงพลัง การันตีคุณภาพด้วยการคว้ารางวัลออสการ์มาได้ถึง 11 รางวัล

Pulp Fiction (1994)

อันดับหนัง เรื่องราววุ่น ๆ ของโลกอาชญากรรม ที่นำทีมโดยสองนักฆ่าลูกน้องของเจ้าพ่ออย่าง วินเซนต์ และจูลส์ ที่คอยทำหน้าที่ตามทวงหนี้ และจัดการกับใครก็ตามที่คอยทรยศต่อแก๊ง นอกจากนี้ยังสอกแทรกไปด้วยความสัมพันธ์อันแสนวายป่วงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักมวยที่ดันไม่ยอมล้มมวยตามที่ตกลงไว้ ,แฟนสาวของเจ้าพ่อที่ดันเสพยาเกินขนาด ไปจนถึงเจ้าพ่อที่ดันไปโดนเกย์จับข่มขืน

ผลงานลำดับที่ 2 ของ เควนติน ทารันทิโน ที่สร้างชื่อครั้งสำคัญให้เขา ด้วยความที่หนังเลือกที่จะฉีกทุกขนบของหนังที่ผ่านมาด้วยการเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา พร้อมบทหนังสุดกวนที่จัดเต็มด้วยคำด่า F*ck ต่อเนื่องแบบไม่มีกั้ก ซึ่งแม้หนังจะเต็มไปด้วยบทพูดเกือบตลอด 2 ชั่วโมงครั้งของเรื่อง แต่มันกลับเป็นบทพูดที่ไม่น่าเบื่อ และมันส์ราวกับหนังแอคชั่น จนทำให้คอหนังทั่วโลก ล้วนแต่จดจำลายเซ็นของ ทารันทิโน ที่หนังของเขาจะมาพร้อมบทสุดเดือด พร้อมฉากฆ่ากันเลือดสาดแบบหนังเรท R อย่างแน่นอน

The Good, the Bad and the Ugly (1966)

อันดับหนัง หนังว่าด้วยเรื่องราวของสามคาวบอย ที่ประกอบไปด้วย The Good นักแม่นปืน ที่มำอาชีพเป็นนักล่าค่าหัว ,The Bad นักฆ่ารับจ้าง ผู้โหดเหี้ยม และ The Ugly หัวขโมย และอาชญากรนอกกฏหมาย ที่ถูกทางการหมายหัว ซึ่งทั้งสามต้องมาโคจรเจอกัน โดยมีเงินของสมาพันธรัฐอเมริกา ที่มีจำนวนมากกว่า 200,000 เหรียญ ที่สูญหายไปในช่วงสงครามกลางเมืองมาข้องเกี่ยว

ผลงานการกำกับของ เซอร์จิโอ เลโอเน ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค Dollars Trilogy ที่ได้เจ้าพ่อหนังคาวบอยหนังยุคนั้นอย่าง คลินท์ อีสต์วู้ด มารับบทเป็น The Good หรือคาวบอยไร้นาม ซึ่งหนีงเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงยุคเฟื่องฟูของหนังประเภท Spaghetti Western แต่ในเรื่องนี้ได้นำเอาสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้ มาถ่ายทอดให้ออกมามีชั้นเชิง และเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาที่สนุก เข้มข้น และน่าติดตาม รวมทั้งดนตรีประกอบของ เอนนิโอ มอร์ริคอนเน ที่ยังคงติดหูมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ฟังทีไรก็ต้องนึกถึงฉากดวลปืนในช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

สนับสนุนโดย ดูหนังใหม่ออนไลน์

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *