อภินิหาร “หลวงพ่อเปียก” หนุ่มบุกทุบโลงแก้ว เผาสรีระสังขารที่เก็บรักษาในมณฑปมานาน 59 ปี แต่ไฟไหม้แค่จีวร ไม่ระคายผิว

(8 มกราคม 64) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สภ.ท่าแซะ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พนัสนาชี สวป.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร.ต.อ.ไชยยุทธ์ จันทร์เพ็ง รอง สว.สส. ร.ต.อ.อนุรัตน์ ศรีมาลา รอง สวป. ควบคุมตัว นายศักดิ์หฤษฎ์ อายุ 26 ปี มาสอบสวนดำเนินคดี

หลังเมื่อช่วงเวลา 07.02 น.วันเดียวกัน ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะนุ่งกางเกงขาสั้นลายพราง ไม่ใส่เสื้อ มีรอยสักเต็มตัว เดินถือมืดพร้าแบบมีด้ามและถังใส่น้ำมันบุกเข้าไปในมณฑป ข้างโบสถ์ ภายในวัดนาสร้าง ตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แล้วใช้มีดพร้าทุบโลงแก้วจนแตก จากนั้นได้ราดน้ำมันจุดไปเผาสรีระสังขาร หลวงปู่เปียก เกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.ชุมพร ที่เก็บสรีระสังขารไว้ตั้งแต่มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2505 สำหรับนายศักดิ์หฤษฎ์ มีอาการติดยาบ้าอย่างหนักจนหลอน เมื่อนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดพบปัสสาวะเป็นสีม่วง

จากการสอบสวน นายศักดิ์หฤษฎ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าช่วงเย็นวันที่ 6 ม.ค.ตนได้เสพยาบ้าไป 2 เม็ด จนกระทั่งตอนเช้ามืดก่อเหตุได้ฝันว่ามีหลวงพ่อแพ งซึ่งได้ละสังขารนานแล้วมาเข้าฝันบอกให้ตนเองไปเผาสังขารของหลวงปู่เปียก ที่วัดนาสร้าง จากนั้นเมื่อตนตื่นมาตอนเช้าจึงขับรถจักรยานยนต์และนำเอามีดพร้าติดตัวมาด้วย ไปซื้อน้ำมันเบนซิน จากร้านค้าในหมู่บ้าน จำนวน 1 ลิตร ราคา 35 บาท ใส่แกลลอน แล้วขับมุ่งหน้าไปที่วัดนาสร้าง แล้วเดินเข้าไปในมณฑปใช้มีดพร้าทุกกระจกโลงแก้วที่เก็บสรีระสังขารหลวงปู่เปียกจนแตก แล้วใช้น้ำมันเบนซินราดจุดไฟเผา จากนั้นได้วิ่งออกมาเจอพระสงฆ์รูปหนึ่งเข้ามาขวางจึงกระโดดถีบและชกไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะวิ่งไปขับรถจักรยานยนต์หลบหนี ไปอยู่บ้านพี่สาวในพื้นที่ตำบลทรัพย์อนันต์ กระทั้งตำรวจมาตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์, และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย

ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน นายจารึก แก้วแสงอ่อน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชุมพร ได้เดินทางไปขอเข้าพบ พระครูศรีสนคุณ เจ้าอาวาดวัดนาสร้าง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและความเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่ยังคงทำความสะอาดเขมาไฟและสรีระสังขารของหลวงปู่เปียกอยู่ภายในพระอุโบสถ โดยห้ามไม่บุคคลภายนอกและผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เนื่องจากกลังว่าจะมีการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมแล้วนำไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่มีชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวทยอยเดินทางกันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสาปแช่งคนร้ายที่บุกมาจุดไฟเผาสรีระสังขารหลวงปู่เปียกที่เก็บไว้ในโลงแก้วนานหลายปีแล้ว

ด้านพระจรูญ อาสโภ (อาสะโภ) พระลูกวัดกล่าวว่าอาตมาบวชอยู่ที่วัดนาสร้างมานาน 10 ปี แล้ว ตอนเกิดเหตุกำลังกวาดเก็บขณะอยู่ใกล้ๆกับโบสถ์และมณฑปเก็บสรีระสังขารหลวงปู่เปียก เห็นคนร้ายนุ่งกางเกงขาสั้นลายพราง ไม่ใส่เสื้อมีลายสักเต็มตัว ถือมีดพร้าและแกลลอน จึงคิดว่าเป็นชาวสวนมากราบไหว้หลวงปู่เปียก ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จากนั้นไม่นานเห็นลูกไฟพุ่งออกมาจากมณฑป จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นคนร้ายวิ่งสวนออกมาแล้วกระโดดถีบและชกต่อยอาตมา และวิ่งไปขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

พระจรูญกล่าวว่า จากนั้นอาตมาได้เรียกพระลูกวัดมาช่วยกันนำน้ำมาดับไฟ ใช้เวลานานประมาณครึ่งชั่วโมงไฟจึงมอดสนิท ปรากฏว่าไฟได้ไหม้เพียงจีวรที่ห่อสรีระสังขารของหลวงปู่เปียกเท่านั้น ตามสรีระสังขารมีเพียงคราบดำๆ จากเขม่าควันไฟเท่านั้น จึงถือว่าโชคดีอย่างมาก

นายสมบูรณ์ แก้วเจริญ อายุ 75 ปี ไวยาวัจกรวัดนาสร้าง กล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่อสะเทือนใจของชาวบ้านในพื้นที่และจังหวัดชุมพรอย่างมาก ซึ่งสังขารหลวงปู่เปียกได้เก็บไว้ในโลงแก้วมาตั้งแต่หลวงปู่มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2505 เป็นเวลา 59 ปีแล้ว เป็นพระสายพุทธคุณ และพระนักปฏิบัติธรรม และเป็นช่างศิลป์ ซึ่งพระพุทธรูปปางต่างๆ หลักใบเสมา สถูป เจดีย์ ภายในวัดหลวงปู่เปียกจะเป็นผู้สร้างและหล่อด้วยตนเองทั้งหมด เป็นเกจิอาจารย์ที่มีนักสะสมพระเครื่องและพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้ความนับถือศรัทธาจำนวนมาก โดยเฉพาะเหรียญรุ่นเสมาแสงอาทิตย์ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2505 มีพุทธคุณล้ำเลิศ ปัจจุบันหามาบูชาไม่ได้อีกแล้วและมีราคาแพงมาก

นายสมบูรณ์กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เปียก ที่คนร้ายบุกมาเผาสรีระสังขารของท่าน ไฟลุกไหม้นานครึ่งชั่วโมงกว่าจะช่วยกันดับสนิท แต่ไฟไหวเพียงเฉพาะจีวรที่หุ้มสังขารจนหมดเกลี้ยง แต่สรีระสังขารไม่ได้รับความเสียหาย ยังคงอยู่สภาพเดิม หลังจากพ้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว จะต้องมาการจัดงานพิธีบำเพ็ญบุญครั้งใหญ่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ ต่อไป

ประวัติ พระครูอนุกูลกิจการ หลวงพ่อเปียก (เปียก ปทุโม) วัดนาสร้าง หลังจากท่านมารณภาพได้เพียง 7 วัน สังขาร ของท่านกลับแข็งราวกับเป็นหิน ท่านมีนามเดิมว่า เปียก ศิลป์สกลราษฎร์ เป็นบุตรของนายซิ่ง (บุตรชายของขุนสกุลบ้านรับร่อ) และนางยิ่ง (หลานของพระยาท่าแซะทุคะราช พี่ชายของพระยาชุมพร) หลวงปู่ท่านเกิดในตระกูลชั้นสูง เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปี มะเส็ง พุทธศักราช 2435 ครั้ง เมื่ออายุ 15 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตานาเมือง ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ เพื่อให้ได้ศึกษาหนังสือไทย และพุทธศาสนา กับพระอาจารย์หนู ครั้งอายุล่วงได้ครบ 20 ปี จึงทำการอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2455 ณ วัดนาสร้าง โดยมีพระครูวาทีธรรมรส วัดสุบรรณิมิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสิน เป็น พระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปทุโม”

หลวงพ่อเปียก ปทุโม “ท่านปั้นพระด้วยพระ เพื่อความเป็นพระ” หมายความว่า ท่านเป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์ เป็นพระอยู่แล้ว ท่านปั้นพระพุทธรูปขึ้นมาเพื่อเพิ่มความเป็นพระในใจท่านให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น วัดนาสร้างจึงมีศิลปกรรมอันควรแก่การทัศนา หลวงปู่เปียกมรณภาพเมื่อพุทธศักราช 2505 สิริรวมอายุ 70 ปี 50 พรรษา

สนับสนุนโดย ufabet

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *