“ลาว” เวียงจันทน์, 31 ต.ค.(ซินหัว)รัฐบาลลาวขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในประเทศเพิ่มอีก15วันหลังจากจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันเสาร์(30 ต.ค.64)ทิบพะกอน จันทะวงสา รองผู้อำนวยการสำนักนายกรัฐมนตรีลาวแถลงข่าวว่ามาตรการล็อกดาวน์มีความจำเป็นเนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาดทั่วประเทศและลาวตรวจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นหลายร้อยรายในช่วงไม่กี่วันนี้

ทิบพะกอน ระบุว่า ข้อจำกัดต่างๆ มีความจำเป็นเพื่อปกป้องพลเมืองลาวและชาวต่างชาติที่อาศัยในลาวจากโรคโควิด-19 พร้อมกับป้องกันการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด

วันอาทิตย์ (31 ต.ค.64)คณะกรรมการเฉพาะกิจแห่งชาติเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19ของลาวรายงานการตรวจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นเพิ่ม679รายและผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ 6 ราย

กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์284รายแขวงเวียงจันทน์122รายแขวงอุดมไซ 59 ราย แขวงหลวงน้ำทา 55 รายแขวงบ่อแก้ว 39 ราย แขวงหลวงพระบาง 38 ราย แขวงคำม่วน 21 ราย แขวงสาละวัน 16 ราย แขวงสะหวันนะเขตและแขวงเซกองแห่งละ 12 ราย แขวงจำปาศักดิ์ 7 ราย แขวงไซสมบูน 6 ราย แขวงเชียงขวาง 2 ราย และแขวงบอลิคำไซ 1 ราย

ทั้งนี้ลาวมีผู้ป่วยโรคโควิด-19สะสม40,271รายและผู้ป่วยเสียชีวิตรวม 65 ราย

เจ้าเมืองปากงึม สปป.ลาว ออกโรงโต้ ยิงกระสุนแสงหลอกเป็นบั้งไฟพญานาค เหลวไหลทั้งเพ

จากกรณี เพจพิสูจน์บั้งไฟพญานาค นำหลักฐานเป็นรายชื่อหมู่บ้านภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่บันทึกการเกิดบั้งไฟพญานาคมาเป็นหลักฐานยื่นให้สถานเอกอัครราชทูตลาวเพื่อสืบหาความจริงกรณีการเกิดบั้งไฟพญานาค ว่าเป็นการยิงกระสุนแสงจากหมู่บ้านฝั่งลาวซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนไทยมานานหลายสิบปีล่าสุดท่านคำหมุน เตียงทะลาด เจ้าเมืองปากงึม แขวงบลิคำไซ สปป.ลาว ได้ออกมายืนยันว่า ไม่มีการยิงปืนขึ้นฟ้าในวันออกพรรษา ตามที่เพจดังกล่าวระบุ

เพจดังเผยแล้ว! รายชื่อหมู่บ้านยิงลูกปืนส่องแสง ทำคนไทยเชื่อเป็น “บั้งไฟพญานาค”
โดยเว็บไซต์ ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG (โทรโข่ง)สื่อท้องถิ่งของสปป.ลาว รายงานว่าหลังทราบเรื่องร้องเรียนจากฝ่ายไทยถึงกรณียิงกระสุนแสงนั้น ท่านคำหมุนเตียงทะลาดเจ้าเมืองปากงึมได้ตรวจสอบพื้นที่เมืองปากงึมยืนยันว่าข้อกล่าวหาของทางเพจดังของไทยนั้นไม่มีมูลความจริง

ขณะที่ พันตำรวจโทคำสิง ลอวันไซ รักษาการหัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบเมืองปากงึมเผยว่าในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่ผ่านมาทางสปป.ลาวได้จัดให้มีการลาดตระเวนตลอด24ชั่วโมงโดยเฉพาะในหมู่บ้านริมแม่น้ำโขงรวมทั้งข้อห้ามเรื่องการใช้อาวุธปืนในประเทศลาวก็มีการควบคุมอย่างเคร่งครัดไม่อนุญาตให้ยิงปืนโดยพลการ แม้ในงานบุญประเพณีใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษ และหากเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็จะถูกไล่ออกจากราชการ

นอกจากนี้ ในประเด็นรายชื่อ 10 หมู่บ้านที่ทางเพจกล่าวอ้างนั้น ผู้ใหญ่บ้านที่มีรายชื่ออยู่ในเอกสารดังกล่าว ก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเช่นกัน

ทูลกระหม่อมฯทรงฉลองพระองค์เป็น”ตุ๊กตายองฮี”จาก SquidGameซีรีส์เกาหลีชื่อดัง

ทูลกระหม่อมฯ ทรงฉลองพระองค์ เป็น “ตุ๊กตายองฮี” จาก Squid Game

31 ตุลาคม 2564ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีเผยแพร่ภาพถ่ายในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax ทรงฉลองพระองค์เป็นตุ๊กตายองฮีจากเรื่อง “Squid Game” ซีรีส์สัญชาติเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมเพื่อร่วมฉลองเทศกาลวันฮาโลวีนนอกจากนี้ยังมีข้อความ

“Happy Halloween 무궁화꽃이 피웠습니다! #เพราะเราเป็นกำลังใจให้กัน #ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย”

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และมีผู้ร่วมกดไลก์และแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง

ส่องเลขเจ้าแม่ตะเคียน 3 พี่น้อง เขย่าเซียมซีได้มา 2 ตัวเลข ตรงกับเลขที่บ้าน

แห่ส่องเลข เจ้าแม่ตะเคียน ชาวบ้านตาดีเจอ 2 ตัวเลข!

วันนี้ (31 ต.ค. 64) เมื่อเวลา 07.00 น. ชาวบ้านผู้รักในศาสตร์แห่งตัวเลข ได้มารวมตัวกันที่ วัดเขาช่องลม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดวังพง ม.2 ต.วังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เพราะ “เจ้าแม่ตะเคียน” ที่นี่ ให้โชคชาวบ้านถูกกันหลายงวดติด หลังชาวบ้านจุดธูปเลข เขย่าเซียมซี ได้เลขไปเสี่ยงดวงในวันหวยออกกันทุกราย ถือเป็นอีกแหล่งรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบตัวเลข

วัดเขาช่องลมที่ชาวบ้านแห่กันมาขอเลขนั้น มีเจ้าแม่ตะเคียน 3 ต้น ดังนี้

เจ้าแม่ตะเคียนศรีสุวรรณ
เจ้าแม่ตะเคียนสุวรรณมาลา
เจ้าแม่สีประไพ
โดยทั้งเจ้าแม่ตะเคียนทั้งสาม มีอายุกว่าหลายร้อยปี ทั้งสวยและงดงาม แถมยังเป็นที่เลื่องลือในเรื่องการให้โชคลาภชาวบ้านอีกด้วย คนที่มาขอเลขกับเจ้าแม่ที่นี่ สมหวังกันมาหลายคนแล้ว บางคนสมหวังดังใจก็นำของมาแก้บน ด้วยเครื่องสำอาง ชุดไทย หรือกระทั่งนำเงินที่เสี่ยงดวงได้มาถวายสร้างบุญที่วัด

ยายพิกุล ศรีสุวรรณ อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกกับทีมข่าวอีจันว่า เจ้าแม่ตะเคียนทั้ง 3 ไม่ชอบให้ใครเอาแป้งมาทามาลูบที่ต้น โดยเจ้าแม่นั้นได้มาเข้าฝันบอกว่ามันร้อน แล้วก็ก่อนหน้าที่จะนำต้นตะเคียนทั้ง 3 ขึ้นมา เจ้าแม่ตะเคียนศรีสุวรรณได้มาเข้าฝันตนเอง ให้พระมาอัญเชิญเจ้าแม่ขึ้นมาจากน้ำคลอง แล้วก็ได้ทำพิธีอัญเชิญขึ้นมาทั้ง 3 ต้น โดยทั้ง 3 แม่ตะเคียนนั้นเป็นพี่น้องกัน

ส่วนตัวเองนั้นเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ตะเคียนทั้ง 3 มาก เพราะตนและชาวบ้านที่มากราบไหว้ เคยถูกรางวัลกันมาแล้วมากมาย ยิ่งใกล้วันหวยออกตนจะมาขอเลขเด็ดจากเจ้าแม่ตะเคียนทั้ง 3 ประจำ

ยายพิกุลยังบอกอีกว่าใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดที่จะเขย่าเซียมซีขอเลขจากเจ้าแม่ยายพิกุลเองก็ไม่พลาดเช่นกันหลังเขย่าแล้วพบว่าเจ้าแม่ให้มา2เลขคือเลข5กับ3ซึ่งตรงกับเลขที่บ้านของยายพอดีหากสมหวังดังใจก็จะนำเงินมาทำบุญที่วัด

รมว.สาธารณสุข “ยูกันดา” เตือนประชาชน อย่าฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรผสม

รมว.สาธารณสุข “ยูกันดา” เตือนประชาชน อย่าฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรผสม ถ้าฉีดวัคซีนชนิดหนึ่งแล้ว ให้ฉีดครบโดสด้วยวัคซีนชนิดเดิม

(31 ต.ค.) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขยูกันดา กระตุ้นเตือนสาธารณชนอย่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ผสมกัน

“อย่าผสมวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ถ้าฉีดวัคซีนชนิดหนึ่งแล้วให้ฉีดครบโดสด้วยวัคซีนชนิดเดิม”รูธอาเซงรัฐมนตรีกระทรวงฯโพสต์ทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ (30ต.ค.64)ที่ผ่านมา

ยูกันดาเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ประชากรกลุ่มสำคัญราว 5.5 ล้านคน ก่อนจะเปิดการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือนมกราคมปีหน้า

ประชากรกลุ่มสำคัญข้างต้นได้แก่ครูอาจารย์เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงผู้สูงอายุ บุคคลที่มีโรคประจำตัว บุคลากรทางการแพทย์ และแรงงานบาร์

ยูกันดากำหนดเปิดสถาบันการศึกษาระดับสูงอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป และนักเรียนต้องแสดงบัตรการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ก่อนเข้าพื้นที่ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ มีกำหนดกลับมาเปิดการเรียนการสอนภายในเดือนมกราคมปีหน้า หลังจากต้องปิดทำการเพราะโรคระบาดใหญ่มานานเกือบ 20 เดือน

อนึ่งข้อมูลจากกระทรวงฯระบุว่ายูกันดาฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ให้ประชาชนกว่า3ล้านโดสแล้วนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้จนถึงวันพฤหัสบดี (28 ต.ค.)

เหรัญญิกพลังประชารัฐย้ำ ความขัดแย้งในพรรคจบแล้ว “ธรรมนัส” ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม

เหรัญญิกพปชร. ย้ำความขัดแย้งในพรรคจบแล้ว ปัด “บิ๊กป้อม” กำชับ ส.ส.ก่อนเปิดสมัยประชุม ชี้ทุกคนรู้หน้าที่ตนเอง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างพรรคว่าภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่28ต.ค.ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าอะไรซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้มีการแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้

ขณะที่การเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในสัปดาห์หน้านั้นทางพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยังไม่ได้มีการเน้นย้ำอะไรเพราะทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วและในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ก็จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรคซึ่งตามปกติทุกสัปดาห์ที่จะมีการประชุมสภาก็จะมีการประชุมส.ส.ของพรรคเพื่อจะได้รับทราบว่าจะมีเรื่องอะไรบ้างที่สำคัญเข้าสู่การพิจารณาของสภา และจะเห็นว่าที่ผ่านมาการลงมติของ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไม่เคยมีปัญหา เพราะได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกันโดยตลอด และหัวหน้าพรรคก็ดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง

ส่วนกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียรส.ส.มหาสารคามพรรคเพื่อไทยออกมาชวนจับตามองว่าจะเกิดเหตุการณ์สภาล่มซ้ำรอยอีกหรือไม่หลังภายมีความขัดแย้งพรรคพลังประชารัฐว่าเรื่องนี้ต้องไปถามฝ่ายค้านและยืนยันว่ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐไม่มีแล้วจบหมดแล้วอย่างที่หัวหน้าพรรคได้พูดไปแล้ว

นอกจากนี้นางนฤมลยังยืนยันว่าตำแหน่งหัวหน้าภาคทั้ง10คนที่ผ่านมาก็ขึ้นตรงกับหัวหน้าพรรคอยู่แล้วและไม่ได้เป็นการไปลดบทบาทของเลขาธิการพรรคแต่ทุกคนอาจจะไม่ทราบซึ่งเดิมหัวหน้าภาคทั้ง10คนนั้นหัวหน้าพรรคจะเป็นคนแต่งตั้งแต่บางคนเมื่อทำงานแล้วอาจจะติดขัด หัวหน้าพรรคจึงอยากให้มีการเลือกหัวหน้าภาคกันเองตามระบอบประชาธิปไตย โดยรายชื่อหัวหน้าพรรคทั้ง10คนจะมีการสรุปในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่จะมีการเพิ่มตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคจากเดิม4คนเป็น5คนนั้นขณะนี้ยังไม่มีเป็นเพียงข้อเสนอซึ่งจะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้งและไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาเอาไว้ พร้อมยืนยันว่าการทำหน้าที่เลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังคงเหมือนเดิม

สาวลูก 4 ผูกคอดับ น้อยใจผัวก๊งเหล้าไม่ยอมกลับ พบ จม. “ฉันรู้แล้วว่ารักของแม่เป็นไง”

สลด น้อยใจผัวนั่งก๊งเหล้ากับเพื่อน เรียกไม่ยอมกลับ เมียผูกคอดับคากระท่อมนา สุนัข 3 ตัว นั่งเฝ้าศพทั้งคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ต.ค.) ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตที่กระท่อมนาทางทิศตะวันออก บ.เขว้า ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่เกิดเหตุพบร่าง น.ส.นก (นามสมมติ) อายุ 40 ปี อยู่ในสภาพใช้เชือกผูกคอตัวเองกับขื่อไม้ของกระท่อมนา เสียชีวิตในลักษณะกึ่งยืนเท่าติดกับพื้นสวมกางเกงขาขาวสีดำแถบลาย เสื้อยืดสีเขียวและเสื้อยีนส์แขนยาวทับคลุมอีกชั้น ใกล้กับเตียงที่ใช้สำหรับปูที่นอนโดยมีมุ้งกางไว้ครอบไว้

คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เนื่องจากตัวแข็งแล้ว ตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด มีเพียงจดหมายลาตายที่เขียนด้วยลามือวางไว้บนเตียงนอน 1 แผ่น พร้อมกับโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเท่านั้น

ซึ่งจดหมายที่พบคาดว่าผู้ตายน่าจะเขียนเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจผูกคอลาโลก มีเนื้อหาว่า “ถึงแม่ … นกรักแม่นะ นกไม่สามารถจะอยู่กับแม่ได้ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้แม่อายเพราะลูกคนนี้มันดื้อ แม่สอนอบรมทุกอย่าง เพราะลูกคนนี้มันดื้อ ขอโทษนะแม่ที่ทำให้แม่อายและพี่น้องเดือดร้อน ฉันเป็นคนที่แย่ที่เลว ฉันกราบขอโทษนะแม่ถ้าชาติหน้ามีจริง บุญของฉันมีจริงขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่ ได้ดูแลแม่ตอนแก่ ได้อยู่กับแม่เป็นลูกที่ดีของแม่ ไม่ทำให้แม่เสียใจอายเขา ไม่ทำให้พี่น้องเดือดร้อน ไม่ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจเหมือนชาตินี้นะแม่ ฉันคิดถึงลูกๆ และฉันรู้แล้วว่ารักของแม่เป็นไง”

แต่ที่สร้างความสลดใจ คือ มีสุนัข 3 ตัวซึ่งเป็นสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงเอาไว้ที่กระท่อมจุดเกิดเหตุ นั่งเฝ้าศพผู้ตายอยู่ไม่ห่าง แม่แต่ตอนที่กู้ภัยฯ นำร่างไปขึ้นรถก็ยังวิ่งตาม ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความกตัญญูที่สุนัขมีต่อเจ้าของที่ให้ข้าวให้อาหารกิน

ขณะเดียวกัน นายเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี สามีของผู้เสียชีวิตก็ร้องไห้เสียชีวิตตลอดเวลา โดย นายเอ๋ เล่าว่า เมื่อคืนตนไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้านประมาณ 2 ทุ่ม ภรรยาก็เรียกให้กลับแต่ตนก็ไม่ยอมกลับ ก็มีปากเสียงกันเล็กน้อยเพราะตอนนั้นก็เริ่มเมาแล้ว

จากนั้นภรรยาก็ขับรถจักรยานยนต์ออกมา คิดว่าภรรยาขับรถกลับบ้านก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งตอนเช้าเริ่มสร่างเมามีคนไปบอกว่าภรรยาผูกคอเสียชีวิตที่กระท่อมนาแล้ว ก็ตกใจและรีบออกไปดู พอเห็นร่างภรรยาก็แทบช็อกทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้ไม่คิดว่าภรรยาจะคิดสั้นแบบนี้

ขณะที่ แม่ของ น.ส.นก บอกว่า ลูกสาวมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ลูกสาวเคยมีสามีมาแล้วมีลูกด้วยกัน 4 คน ในจำนวนนี้พิการ 3 คนมีเพียงคนเดียวที่ปกติ เวลาที่ลูกสาวไปหางานทำตนก็จะเลี้ยงลูกให้

กระทั่งลูกสาวเลิกกับสามีคนเก่ามาอยู่กินกับสามีคนปัจจุบันได้ประมาณ 1 ปี ก็อาศัยอยู่บ้านคนละหลังแต่ก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อย ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวมีปัญหาอะไรกับสามีถึงได้คิดสั้นแบบนี้ ในฐานะคนเป็นแม่ก็เสียใจและสงสารลูก แต่ก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย

ทั้งนี้ หลังจากนำศพไปตรวจชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มอบร่างให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ยิงปลา

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *