ถ้วยกีฬา ผู้เขียนมักได้รับคำถามแปลกๆ ทางโซเชียลมีเดียเนื่องจากเล่นทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ซึ่งผู้เขียนก็ชอบที่จะหาคำตอบเพราะสนุกดี เมื่อไม่นานมานี้มีคำถามที่สนุกมาก ดังนี้ครับ

“ทำไมรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาอาชีพทัวร์นาเมนต์ต่างๆ จึงต้องเป็นถ้วย ขณะที่รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นเป็นแค่เหรียญคล้องคอ มีโทรฟี่ที่แปลกออกไปบ้าง เช่น ถาด-เทนนิสวิมเบิลดัน, โล่, เข็มขัด-ชกมวย ขันน้ำพานรอง-ประกวดนางสงกรานต์ ถือว่ามีน้อย รางวัลส่วนใหญ่ยังเป็นถ้วย ถ้วยรางวัลมีกำเนิดอย่างไรคับ จะเดาว่ามีมาจากการแข่งขันตำน้ำพริกตำส้มตำ มันก็ไม่เห็นมีรางวัลเป็นครก เป็นสากกระเบือบ้างเลยนะ”

เบาะแสแรกจากสัญลักษณ์
การค้นหาคำตอบตามหลักวิชาก็ต้องอ้างอิงตามหลักวิชาสัญลักษณ์ศาสตร์ (Symbolism) ซึ่งมีอยู่ดาษดื่นไปในทุกภูมิภาคของโลกและบ่อยครั้งเรื่องสัญลักษณ์นี้มีความหมายตรงกันข้ามกันในต่างสถานที่กัน

ในเมืองจีนนั้นคนจีนถือว่าเมฆบนท้องฟ้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนสถาพร เนื่องจากบรรดาดวงดาวทั้งปวงรวมทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จะหายไปตามช่วงเวลาของกลางวันและกลางคืน แต่เมฆจะอยู่บนท้องฟ้านิรันดร์ ดังนั้นชาวจีนจึงนิยมมีชื่อ มีแซ่หรือสมญานามว่าเมฆอยู่มาก เช่นกวนอู วีรบุรุษแห่งสามก๊กก็มีฉายาว่า “อวิ๋นฉาง- ผู้ยั่งยืนเสมอเมฆ”

ในขณะที่ฝรั่งตะวันตกถือว่าเมฆคือสัญลักษณ์ของความไม่แน่นอน (Ever Changing) จนมีคำพูดเป็นสุภาษิตว่า “As changeable as a cloud”

เรื่องอย่างนี้แหละที่ทำให้ตีความกันตามหลักวิชาสัญลักษณ์ศาสตร์จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้ริเริ่มซึ่งหากคิดสัญลักษณ์ยากนักก็จะเกิดปัญหาที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ คือ คนรุ่นหลังมักจะตีความมั่วเอาเอง ยกตัวอย่างเช่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่กลางถนนราชดำเนินที่จะไปยังสนามหลวงนั่นนะครับ มีสัญลักษณ์ซ่อนอยู่เต็มไปหมด ต้องเอาเทปวัดระยะหรือตลับเมตรไปทำการวัดความยาว ความสูง และเครื่องคิดเลขไปบวกลบจำนวนปืนใหญ่โบราณที่ฝังเอาปากกระบอกลงดินแล้วค่อยๆ อนุมานเอาก็จะได้คำตอบว่าสัญลักษณ์ของอนุสาวรีย์ก็เกี่ยวกับวันเดือนปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองคือ วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ทั้งนั้นแหละ

ขอแถมเรื่องที่ผู้เขียนชอบมากเป็นการส่วนตัวคือ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงอรรถาธิบายเรื่องเจดีย์ตามแบบสัญลักษณ์ศาสตร์ ไว้ดังนี้

“เจดีย์เป็นเครื่องแสดงปรัชญาทางพุทธศาสนา: ฐานเขียงแสดงลักษณะของโลก บัว 3 ชั้นคือภูมิ 3 ปล้องไฉนเป็นชั้นของสวรรค์ ลูกแก้วเป็นอรูปพรหม หยาดน้ำค้างเป็นพระนิพพาน”

สนับสนุนโดย ufabet24

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *