เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 16.47 น. ได้เกิดเหตุดินทรุดตัวเป็นหลุมกว้างภายในสวนทุเรียนของ นายสุชาติ ศรีไกรไทย ตาวัย 70 ปี เนื่องจากเจ้าของสวนได้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้าง 4 ราย เข้าดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อนำน้ำมาใช้ในสวนทุเรียน ขณะขุดเจาะ ที่ความลึกประมาณ 10 เมตร ได้เกิดดินทรุดตัวห่างจากหลุมเจาะ ประมาณ 8 เมตร ทำให้เกิดเป็นหลุมกว้าง 5 เมตร ลึก 4 เมตร บริเวณที่นายสุชาติ ศรีไกรไทย นั่งดูการขุดเจาะบาดาล ทำให้นายสุชาติ ศรีไกรไทยตกไปในหลุมดังกล่าว

ตาวัย 70 ปี ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้นำรถแบ็คโฮจำนวน 2 คัน มาช่วยขุดเพื่อค้นหาร่างผู้สูญหายที่ตกลงไปในหลุมด้งกล่าว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ดำเนินการค้นหาผู้ประสบภัย ในขณะที่ทางญาติผู้สูญหายได้นำธูปเทียนมาจุดบริเวณใกล้หลุมที่ยุบลงไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบร่างผู้สูญหายดังกล่าว

ด้านนายกิตติพงษ์ ตั้งนรกุล ซึ่งเป็นคนขุดเจาะบาดาล ในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตนได้ถูกว่าจ้างให้มาขุดเจาะบาดาลในพื้นที่ วันนี้เป็นการขุดเจาะวันที่ 2 เมื่อถึงเวลาตนคิดว่าจะหยุดการขุดเจาะและจะถอนเครื่องจักรออก เนื่องจากการเจาะไม่พบชั้นทราย พบแต่ดินเหนียว ทำให้ดินข้างล่างไม่แข็งตัว ทำให้จุดที่นั่งอยู่ได้รับแรงสะเทือนจากเครื่องจักรทำให้ดินยุบลงมา ซึ่งการเจาะบาดาลจะใช้วิธีนำน้ำมาวนหรือฉีดลงไปในการเจาะ

ตาวัย 70 ปี ล่าสุดเมื่อเวลา 08.20 น.วันนี้ (4 พ.ย.64) ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์เครื่องจักร และกำลังพลเข้าให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย อำเภอบ้านนาสาร รพ.บ้านนาสาร สภ.บ้านนาสาร อบต.เพิ่มพูนทรัพย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อปพร อส. มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี รถไฟฟ้าส่องสว่าง 1 คัน พร้อม จนท.นพค.46 ชุด EOD จากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รถแบ็คโฮจากเอกชนจำนวน 4 คัน ร่วมค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนพบร่าง นายสุชาติ ศรีไกรไทย อายุ 70 ปี ผู้เสียชีวิตอยู่ในหลุมดังกล่าว โดยใช้เวลาในการค้นหากว่า 16 ชั่วโมง ก่อนนำส่งชันสูตรต่อ รพ.บ้านนาสาร

ทั้งนี้นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งการให้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ หาสาเหตุการเกิดหลุมยุบ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันแก้ไขต่อไป

องค์การอนามัยโลก รับรองวัคซีนอินเดีย “โควาซิน” ใช้กรณีฉุกเฉินเป็นตัวที่ 8

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้การรับรองวัคซีน “โควาซิน” (Covaxin) ของบริษัท ภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) ผู้ผลิตยาสัญชาติอินเดีย เพื่อใช้ในการป้องกันโรคโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะเปิดทางให้วัคซีนดังกล่าวได้รับการยอมรับในฐานะวัคซีนที่สามารถใช้งานได้ในประเทศยากจนจำนวนมาก

WHO เปิดเผยผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ว่า คณะที่ปรึกษาทางเทคนิคของ WHO ได้พิจารณาว่าประโยชน์ของวัคซีนโควาซินมีมากกว่าความเสี่ยงและเป็นไปตามมาตรฐานของ WHO ในการป้องกันโควิด-19

นอกจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งให้คำปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การสร้างภูมิคุ้มกันโรคของ WHO ได้แนะนำให้ใช้วัคซีนโควาซินจำนวน 2 เข็ม โดยเว้นระยะการฉีด 4 สัปดาห์ ในกลุ่มบุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยคำแนะนำดังกล่าวสอดคล้องกับคำแนะนำของบริษัทภารัต ไบโอเทค

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่า ยังไม่มีคำแนะนำให้ใช้โควาซินกับเด็ก และข้อมูลการใช้กับสตรีมีครรภ์ที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะประเมินความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพได้

สำหรับวัคซีนโควาซินนั้นได้รับการอนุมัติเพื่อใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินในอินเดียเมื่อเดือน ม.ค. ปีนี้ ก่อนที่จะเสร็จสิ้นการทดลองระยะสุดท้าย ซึ่งผลการทดลองพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพ 78% ในการป้องกันอาการป่วยหนักจากโรคโควิด-19

ทั้งนี้ คาดว่าการตัดสินใจของ WHO จะช่วยให้ชาวอินเดียจำนวนหลายล้านคนที่ได้รับวัคซีนโควาซินสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

นอกจากนี้ โควาซิน นับเป็นวัคซีนโควิด-19 ตัวที่ 8 ที่ผ่านการรับรองเพื่อใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินจาก WHO ต่อจาก แอสตราเซเนก้า/ออกซฟอร์ด, ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค, โควิชิลด์, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม และ ซิโนแวค

ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดลงทะเบียนวันนี้ สูตรไขว้ AP (แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์)

ศูนย์วัคซีนกลางบางซื่อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศเปิดให้ประชาชนจองคิวฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 สูตรไขว้ AP โดยชนิดวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เข็มที่ 2 เป็นวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) มีระยะห่าง 28 วัน หรือประมาณ 4 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ไม่เคยรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 มาก่อน และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 และเริ่มฉีดวัคซีน วันที่ 5-30 พฤศจิกายน 2564 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งสามารถเข้ารับบริการได้ที่ ประตู 1 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น. ทุกวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่จองคิวผ่านเครือข่าย สูตร SA (ซิโนแวค-แอสตร้าฯ) มาก่อนหน้านี้ จะได้รับการเปลี่ยนสูตรฉีดวัคซีนอัตโนมัติ เป็นสูตร AP ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

จองผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
1. AIS ลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ www.ais.th/vaccine
2. TRUE ลงทะเบียนได้ที่ ระบบ USSD กด *707# โทรออก หรือ เว็บไซต์ https://vaccine.trueid.net/
3. DTAC ลงทะเบียนได้ที่ ดีแทค แอปฯ และ เว็บไซต์ https://app.dtac.co.th/vaccine/index.html
4. NT ลงทะเบียนได้ที่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ https://covid19vaccine.ntplc.co.th/CVC/home

บช.น.แจงคลิปรถวีไอพี สน.ทองหล่อยันไม่ได้นำขบวน แต่รถเบนซ์ขอความช่วยเหลือ

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะ โฆษก บช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. ในฐานะ รองโฆษก บช.น. ขอประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ กรณีที่ปรากฏคลิปภาพเผยแพร่ทางสื่อโซเซียลมีเดีย โดยเป็นคลิปภาพและมีคำบรรยายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรขับรถนำขบวนวีไอพี แล้วบอกให้ รถเลนสวนกันให้หลบไป แต่คนขับไม่หลบเพราะตนขับมาถูกเลน นั้น

เฉลยแล้ว ในรถวีไอพีคือ “หมอบุญ” แจงไม่ได้สวนเลน ถนนเป็นวันเวย์ ตร.รับผิดไม่ได้ตั้งกรวย
ตำรวจนำขบวนรถวีไอพี ย้อนศรเปิดเลนใหม่ เจอสาวใจเด็ดบีบแตรใส่ ยังไงก็ไม่หลบ!
บช.น. ขอชี้แจง กรณีดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 08.20 น. บนถนน กำแพงเพชร 7 เลียบทางรถไฟ ซึ่งมี 2 ช่องทาง เขตพื้นที่สน.มักกะสัน โดยปกติถนนเส้นดังกล่าวในช่วงเร่งด่วนเช้า เวลา 06.30 น. – 09.30 น. จะจัดเป็นระบบเดินรถทางเดียว จากแยกซอยวัดอุทัยฯ มุ่งหน้าแยกตัดถนนเพชรอุทัย แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา รถมีปริมาณน้อยจึงไม่ได้จัดตำรวจจราจรไปบริหารจัดการจราจรบริเวณปากซอยดังกล่าว

ซึ่งในวันเวลาที่เกิดเหตุ มีรถติดสะสมในถนนกำแพงเพชร 7 เป็นจำนวนมาก ท้ายแถวกระทบไปในพื้นที่ สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.มักกะสัน ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรบริเวณแยกศูนย์วิจัย ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกัน ขอให้เร่งระบายรถในเส้นทางดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.มักกะสัน รายดังกล่าวจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปยังปากซอย เพื่ออำนวยความสะดวกในจุดที่รถติด และจะไปกันรถบริเวณปากซอย เพื่อจัดเป็นระบบเดินรถทางเดียว(Oneway) แก้ปัญหารถติดในถนนดังกล่าว พร้อมทั้งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.มักกะสัน ในจุดที่เป็นพื้นที่รอยต่อช่วยกันเร่งระบายรถ แต่ระหว่างแซงรถช่องทางด้านซ้าย เพื่อจะไปกั้นรถที่แยกตัดถนนเพชรอุทัยนั้น ได้มีรถของผู้ร้องเรียนขับเข้ามา จึงเกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่ปรากฏ

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น บช.น. ขอเรียนชี้แจงว่า
1) ปกติเส้นทางดังกล่าวช่วงเวลาเร่งด่วน 06.30 น. – 09.30 น. จัดเป็นระบบเดินรถทางเดียว ซึ่งรถในซอยที่คุ้นเคย จะเข้าใจว่าสามารถใช้ได้สองช่องทางเพื่อออกมาปากซอยตัดเพชรอุทัย
2) กรณีของรถนำขบวนวีไอพีนั้น เบื้องต้นเป็นกรณีจราจรได้รับการแจ้งจากรถยนต์คันดังกล่าวว่า มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งขณะนั้นรถติดสะสมถึงเขต สน.ทองหล่อ จราจรคันดังกล่าวจึงอำนวยความสะดวก และนำรถยนต์คันดังกล่าวมาเพื่อให้พ้นพื้นที่ที่มีรถติดสะสม ไม่ใช่กรณีเป็นรถนำเป็นการประจำแต่อย่างใด
3) อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว บช.น. ได้สั่งการให้ สน.ทองหล่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว หากปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย จะได้ดำเนินการทางวินัยต่อไป
4) กรณีการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา โดยขับรถนำไปดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจ หากจะแก้ปัญหาจราจรติดขัดหรือป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ให้ใช้วิธีอื่นที่มีความเหมาะสมแทน ซึ่งจะได้กำชับการปฏิบัติตำรวจจราจรในภาพรวมต่อไป  ufabet

บช.น. จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ และขออภัยที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวกในการใช้รถใช้ถนน และเข้าใจผิด พร้อมปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสมต่อไป

By Mia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *